Menu
 
ผ่ารายได้ทีมบอลเมืองไทย "บุรีรัมย์" แชมป์ผู้ชม+ทำเงิน "โคราช" แรง - "ทีโอที" น้อยสุด 
ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของเมืองไทยในฤดูกาล2015
ฟุตบอลลีกสูงสุดของไทยอย่าง""โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก"ยังคงได้รับความสนใจจากแฟนบอลอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ลีกพระรองอย่าง" "ยามาฮ่า ลีกวัน" มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเป็นลำดับเมื่อเทียบกับฤดูกาลที่ผ่านๆ มา
 
บทสรุปศึก" "โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก" หลังจบฤดูกาล (เตะ 34 นัด) แชมป์ตกเป็นของทีมแกร่งจากแดนอีสานอย่าง "ปราสาทสายฟ้า" "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ที่ประกาศศักดาครองแชมป์สมัย 4 และเป็นสมัย 3 ติดต่อกัน มี 84 คะแนน / อันดับ 2 เอสซีจี เมืองทองฯ มี 71 แต้ม / อันดับ 3 สุพรรณบุรี เอฟซี มี 59 แต้ม / อันดับ 4 ชลบุรี เอฟซี มี 57 แต้ม / อันดับ 5 แบงค็อก ยูไนเต็ด มี 57 แต้ม / อันดับ 6 บางกอกกล๊าส เอฟซี มี 56 แต้ม / อันดับ 7 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มี 55 แต้ม / อันดับ 8 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี มี 49 แต้ม / อันดับ 9 เชียงราย ยูไนเต็ด มี 44 แต้ม / อันดับ 10 อาร์มี่ ยูไนเต็ด มี 41 แต้ม / อันดับ 11 โอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ มี 39 แต้ม / อันดับ 12 ชัยนาท ฮอร์นบิล มี 37 แต้ม / อันดับ 13 ศรีสะเกษ เอฟซี มี 36 แต้ม / อันดับ 14 สระบุรี เอฟซี มี 35 แต้ม / อันดับ 15 ราชนาวี มี 35 แต้ม / อันดับ 16 บีอีซี เทโรศาสน มี 35 แต้ม / อันดับ 17 การท่าเรือ เอฟซี มี 33 แต้ม / อันดับ 18 ทีโอที เอสซี มี 16 แต้ม
บุรีรัมย์, เมืองทอง เป็น 2 ทีมที่ได้โควต้าไปเตะบอลถ้วยใหญ่สุดของเอเชียอย่าง" "เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก" รอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ ส่วนทีมอันดับ 3 สุพรรณบุรี เอฟซี ได้สิทธิไปเล่นรอบเพลย์ออฟต่อไป
ส่วน 3 ทีมที่หล่นชั้นสู่ "ยามาฮ่า ลีกวัน" ฤดูกาลหน้าประกอบด้วย บีอีซี เทโรศาสน, การท่าเรือ เอฟซี และทีโอที เอสซี
ฝั่ง" "ยามาฮ่า ลีกวัน" หลังจบฤดูกาล 2015 (เตะ 38 นัด) แชมป์ตกเป็นของ เพื่อนตำรวจ 80 แต้ม / อันดับ 2 พัทยา ยูไนเต็ด 65 แต้ม / อันดับ 3 บีบีซียู เอฟซี 60 แต้ม / อันดับ 4 สุโขทัย เอฟซี 59 แต้ม / อันดับ 5 นครปฐม ยูไนเต็ด 59 แต้ม / อันดับ 6 ไทยฮอนด้า 57 แต้ม / อันดับ 7 พีทีที ระยอง 54 แต้ม / อันดับ 8 ประจวบ เอฟซี 54 แต้ม / อันดับ 9 แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 52 แต้ม / อันดับ 10 อ่างทอง เอฟซี 51 แต้ม / อันดับ 11 สงขลา ยูไนเต็ด 51 แต้ม / อันดับ 12 สมุทรสงคราม เอฟซี 50 แต้ม / อันดับ 13 บางกอก เอฟซี 49 แต้ม / อันดับ 14 กระบี่ เอฟซี 49 แต้ม / อันดับ 15 เชียงใหม่ เอฟซี 48 แต้ม / อันดับ 16 พิจิตร เอฟซี 48 แต้ม / อันดับ 17 ภูเก็ต เอฟซี 43 แต้ม / อันดับ 18 อยุธยา เอฟซี 43 แต้ม / อันดับ 19 ยาสูบ เอฟซี 40 แต้ม / อันดับ 20 ตราด เอฟซี 27 แต้ม
3 ทีมที่ได้เลื่อนชั้นไปเล่นในศึก" "โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก" ฤดูกาลหน้าได้แก่ เพื่อนตำรวจ, พัทยา ยูไนเต็ด และยังคงต้องลุ้นโควต้าสุดท้ายกันระหว่าง 3 ทีมได้แก่ บีบีซียู, สุโขทัย เอฟซี และนครปฐม เอฟซี
ส่วน 6 ทีมที่ต้องหล่นชั้นไปเล่นในศึกฟุตบอล" "เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2" ประกอบด้วย เชียงใหม่ เอฟซี, พิจิตร เอฟซี, ภูเก็ต เอฟซี, อยุธยา เอฟซี, ยาสูบ เอฟซี และตราด เอฟซี
โดยมี 4 ทีมที่ได้เลื่อนชั้นจาก "เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2" มาเล่นในศึก "ยามาฮ่า ลีกวัน" ฤดูกาลหน้า ประกอบด้วย ขอนแก่น ยูไนเต็ด, อุบล ยูเอ็มที เอฟซี, ระยอง เอฟซี และลำปาง เอฟซี
ฤดูกาลที่ผ่านพ้นไปแฟนลูกหนังลีกอาชีพของไทยเข้าไปชมเกมเตะกันอย่างคึกคัก
โดยจากสถิติที่"บริษัทไทยพรีเมียร์ลีกจำกัด"รวบรวมไว้ ศึก "โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก" มียอดผู้ชมรวมทุกนัดอยู่ที่ 1,940,378 คน เฉลี่ยนัดละ 6,341 คน
มียอดจำหน่ายบัตรเข้าชมรวมกันทุกสโมสรอยู่ที่ 159,609,594 บาท เฉลี่ยนัดละ 521,600 บาท
ยอดจำหน่ายของที่ระลึกอยู่ที่ 66,683,904 บาท เฉลี่ยนัดละ 217,921 บาท
รวมรายได้ทุกสโมสรเป็นเงิน 226,293,498 บาท
ในส่วนศึก "ยามาฮ่า ลีกวัน" มียอดผู้ชมรวมกันทุกนัดอยู่ที่ 659,219 คน เฉลี่ยนัดละ 1,739 คน
ยอดจำหน่ายบัตรเข้าชมอยู่ที่ 46,854,071 บาท เฉลี่ยนัดละ 123,626 บาท
ยอดจำหน่ายของที่ระลึก 15,236,738 บาท เฉลี่ยนัดละ 40,202 บาท
รวมรายได้ทั้งหมดทั้งลีก 62,090,809 บาท
หากแยกรายละเอียดรายได้ของแต่ละสโมสรในศึก "โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก" แน่นอนว่าสโมสรเบอร์ 1 ของเมืองไทยที่เพิ่งกวาดไป 4 แชมป์ได้แก่ ไทยพรีเมียร์ลีก, ลีกคัพ, ถ้วย ก และโตโยต้า แม่โขง คลับ กวาดรายได้เป็นอันดับ 1 โดยมียอดผู้ชมรวม 332,421 คน มียอดขายตั๋ว 22,937,700 บาท ยอดขายของที่ระลึก 22,885,781 บาท รวมรายได้ 45,823,481 บาท
ขณะที่ทีมอื่นไล่เรียงตามอันดับตารางคะแนนดังนี้ เมืองทอง ยูไนเต็ด ยอดผู้ชม 156,313 คน ยอดขายตั๋ว 15,344,481 บาท ยอดขายของที่ระลึก 10,694,282 บาท รวมรายได้ 26,038,763 บาท
สุพรรณบุรี เอฟซี ยอดผู้ชม 176,485 คน ยอดขายตั๋ว 9,520,720 บาท ยอดขายของที่ระลึก 4,363,602 บาท รวมรายได้ 13,884,322 บาท
ชลบุรี เอฟซี ยอดผู้ชม 101,585 คน ยอดขายตั๋ว 11,304,450 บาท ยอดขายของที่ระลึก 3,874,444 บาท รวมรายได้ 15,178,894 บาท
แบงค็อก ยูไนเต็ด ยอดผู้ชม 47,790 คน ยอดขายตั๋ว 3,494,150 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,047,200 บาท รวมรายได้ 4,541,350 บาท
บางกอกกล๊าส ยอดผู้ชม 121,781 คน ยอดขายตั๋ว 9,798,158 บาท ยอดขายของที่ระลึก 4,028,530 บาท รวมรายได้ 13,826,688 บาท
ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ยอดผู้ชม 69,734 คน ยอดขายตั๋ว 6,498,520 บาท ยอดขายของที่ระลึก 2,265,165 บาท รวมรายได้ 8,763,685 บาท
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ยอดผู้ชม 300,516 คน ยอดขายตั๋ว 26,111,341 บาท ยอดขายของที่ระลึก 5,114,742 บาท รวมรายได้ 31,226,083 บาท
เชียงราย ยูไนเต็ด ยอดผู้ชม 96,551 คน ยอดขายตั๋ว 7,127,738 คน ยอดขายของที่ระลึก 982,528 บาท รวมรายได้ 8,110,266 บาท
อาร์มี่ ยูไนเต็ด ยอดผู้ชม 44,634 คน ยอดขายตั๋ว 3,675,860 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,199,228 บาท รวมรายได้ 4,875,088 บาท
โอสถสภา เอ็ม-150 ยอดผู้ชม 35,141 คน ยอดขายตั๋ว 3,111,150 คน ยอดขายของที่ระลึก 723,368 บาท รวมรายได้ 3,834,518 บาท
ชัยนาท ฮอร์นบิล ยอดผู้ชม 80,452 คน ยอดขายตั๋ว 7,290,740 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,447,475 บาท รวมรายได้ 8,738,215 บาท
ศรีสะเกษ เอฟซี ยอดผู้ชม 90,663 คน ยอดขายตั๋ว 9,089,580 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,380,595 บาท รวมรายได้ 10,470,175 บาท
สระบุรี เอฟซี ยอดผู้ชม 57,635 คน ยอดขายตั๋ว 5,547,660 บาท ยอดขายของที่ระลึก 695,700 บาท รวมรายได้ 6,243,360 บาท
ราชนาวี ยอดผู้ชม 63,243 คน ยอดขายตั๋ว 4,805,950 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,121,491 บาท รวมรายได้ 5,927,441 บาท
บีอีซี เทโรศาสน ยอดผู้ชม 67,766 คน ยอดขายตั๋ว 5,018,726 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,633,419 บาท รวมรายได้ 6,652,145 บาท
การท่าเรือ เอฟ.ซี. ยอดผู้ชม 68,746 คน ยอดขายตั๋ว 6,703,510 บาท ยอดขายของที่ระลึก 2,923,954 บาท รวมรายได้ 9,627,464 บาท
ทีโอที เอสซี ยอดผู้ชม 28,922 คน ยอดขายตั๋ว 2,229,160 บาท ยอดขายของที่ระลึก 302,400 บาท รวมรายได้ 2,531,560 บาท
ขณะที่" "ยามาฮ่า ลีกวัน" แชมป์รายได้สูงสุดเป็นของ "พัทยา ยูไนเต็ด" ยอดผู้ชมรวม 46,968 คน ยอดขายตั๋ว 5,813,550 บาท ยอดขายของที่ระลึก 1,245,626 บาท รวมรายได้ 7,059,176 บาท
น้อยที่สุดเป็นของ ยาสูบ เอฟซี ยอดผู้ชมรวม 9,610 คน ยอดขายตั๋ว 343,860 บาท ยอดขายของที่ระลึก 61,700 บาท รวมรายได้ 405,560 บาท
ฟุตบอลลีกฤดูกาลที่จบไปยังเข้มข้นทั้งในสนามและนอกสนาม โดยในสนามปัญหาหลักดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ตัวผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ หลายทีมเจอปัญหาแบบเดียวกันคือ ผู้ตัดสินไม่ทันเกม หรือแม้แต่มีการแฉว่ามีการ" "รับงาน" เป่าช่วยทีมโน้นทีมนี้จนตกเป็นข่าวครึกโครม
ขณะที่นอกสนามบอลอาชีพปีนี้มีเรื่องเข้าไปในชั้นศาลทั้งศาลปกครองกลางและศาลกีฬาโลกกันระนาว
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือภาครัฐโดย"การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.)" ที่ให้การสนับสนุนฟุตบอลลีกอาชีพของเมืองไทยมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาตัดสินใจถอนตัวไม่ให้การสนับสนุนเงินบำรุงทีม แต่ "นายใหญ่ทุ่งหัวหมาก" อย่าง "สกล วรรณพงษ์" ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) บอกว่า ภาครัฐยังคงสนับสนุนเงินรางวัล รวมถึงเงินค่าจ้างผู้ตัดสินทำหน้าที่อยู่
นี่เป็นภาพรวมรายได้ลีกฟุตบอลอาชีพของเมืองไทยที่ฮิต""ติดลมบน"ต่อเนื่อง
คอยดูกันว่าฤดูกาลหน้าจะมีสโมสรใดล้มแชมป์ทำเงินสูงสุดของไทยอย่าง""บุรีรัมย์ยูไนเต็ด" ได้หรือไม่
 
 

ข้อมูล :  มติชนออนไลน์ วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 08:59:00 น.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1451647408

 
Go to top


เจ้าของ : ชมรมครูไอซีที สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4

ที่ตั้ง : ศููนย์บริการการศึกษา ถนนประชาจัดสรร ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังุหวัดบุรีรัมย์ รหัสไปรษณีย์ 31150
Contact Us : Facebook @ictbr4clubโทร. 08-72548534 โทรสาร 0-4468-9056 อีเมล : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เว็บมาสเตอร์ : Webmaster : ดร.สุวัฒน์ อุ่นทานนท์ : ทานิน จันทะขาล : ปรัชญา พลพุฒินันท์ Contact Us :  @ictbr4club

Owner : ICT Teacher Club, Buriram Primary Educational Service Area Office 4
Buriram Primary Educational Service Area Office 4, Basic Education Commission Office, Ministry of Education, Thailand
Location: One Stop Service,Prachajadsan Road, Satuk Sub-district, Satuk District, Buriram Province, Thailand, Postcode 31150
E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. Tel. 0-4468-9445 FAX. 0-4468-9050, Contact US :@ictbr4club
Copyright@2013 by ICT Teacher Club, All rights Reserved

 


“บุรีรัมย์สันติสุข บนความพอเพียง เพื่ออนาคตลูกหลานชาวบุรีรัมย์ ครอบครัวเดียวกัน สายเลือดเดียวกัน ลูกหลานรัชกาลที่ ๑”